ศีล สมาธิ ปัญญา

รักษาศีลแล้วสมาธิจะเกิดง่าย
ศีลไม่ดี สมาธิจะค่อยๆ เสื่อมไป
ตัวอย่างที่เห็นได้คือเทวทัต
เทวทัตสมาธิดี
ดีขนาดจนถึงได้ฌาณจิต ได้อภิญญา
ชำนาญถึงขนาดทำอภิญญาได้
ศีลไม่ดี คิดจะฆ่าพระพุทธเจ้า
สมาธิก็เสื่อม ค่อยๆ เสื่อมไป
สุดท้าย ขนาดเดินยังเดินไม่ไหวเลย
ต้องให้ลูกศิษย์หามมาเฝ้าพระพุทธเจ้า

001

ศีล เป็นเครื่องข่มจิต ข่มที่ตัวจิตไม่ให้ตามใจกิเลส
สมาธิ เป็นเครื่องข่มกิเลส ไม่ให้มาเบียดเบียนจิตได้
ปัญญา เป็นเครื่องขุดรากถอนโคนกิเลส

เวลาที่เราถือศีล สมาธิจะเกิดง่าย
ถ้าศีลเสีย สมาธิจะเกิดยาก
อย่างเราคิดจะฆ่าคนอื่น คิดจะทำร้ายคนอื่น จิตจะฟุ้งซ่าน
จิตจะมีโทสะยืนพื้นอยู่
สมาธิไม่เกิดหรอก กิเลสมันเกิด
หรือคิดจะขโมยเขา โลภะมันเกิด สมาธิมันก็ไม่เกิด
ประพฤติผิดในกาม โลภะก็เกิด
สติ สมาธิอะไรก็เสื่อม
หรือพูดปลิ้นปล้อนหลอกลวงนี่ จิดฟุ้งซ่าน
หลวกลวงด้วยโลภะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง

เพราะฉะนั้นถือศีลไว้นี่ เป็นการข่มใจในเวลาที่เรายังสู้กิเลสไม่ไหว
กิเลสยังเก่งกว่าเรา
เราตั้งใจถือศีลไว้ เป็นการข่มใจ ไม่ยอมทำตามกิเลส
ตั้งใจไว้ก่อนจะไม่ทำ ไม่ทำผิดศีล ๕ ข้อนี้
กิเลสมายั่วให้ทำผิดศีล เราจะไม่ทำ
เพราะฉะนั้นศีลเป็นมาตรการขั้นต่ำ
ในขณะที่กิเลสเข้มแข็งกว่าเรา
เราสู้กิเลสไม่ไหว เราก็ฝืนใจ ไม่ทำตามใจกิเลส

พอเราเข้มแข็งมากขึ้น
สมาธิเราดีขึ้น
เราอยู่ในขั้นยันกับกิเลส

ศีลไม่ดี สมาธิจะค่อยๆ เสื่อมไป

สมาธิเป็นเครื่องข่มกิเลสไม่ให้มาย้อมจิตได้
คราวนี้ไม่ใช่ข่มจิตไม่ให้ตามกิเลส
แต่เป็นเครื่องข่มกิเลสไม่ให้เข้ามาย้อมจิต
เวลาสมาธิเกิด กิเลสมาไม่ได้ ไม่มีช่องเข้ามา
กิเลสจะเกิดขึ้นได้ก็อาศัยนิวรณ์
สมาธิไปตัดรากเหง้าของกิเลส
ไปทำลายนิวรณ์ ข่มนิวรณ์ลงไป
เมื่อนิวรณ์ถูกข่มไปแล้ว กิเลสหยาบๆ เกิดไม่ได้
สมาธิเกิดขึ้น เป็นเครื่องมือระดับกลาง

ศีลเป็นเครื่องข่มจิต ข่มที่ตัวจิตไม่ให้ตามใจกิเลส
สมาธิเป็นเครื่องข่มกิเลส ไม่ให้มาเบียดเบียนจิตได้
ปัญญานี่เป็นเครื่องขุดรากถอนโคนกิเลส

ในขั้นการเจริญปัญญานี่เป็นเครื่องมือชั้นสูง
เราไม่ค่อยได้ยินได้ฟัง
เราก็อย่างมากก็ยันกับกิเลส
วันนี้ฟุ้งซ่านก็มานั่งสมาธิให้สงบ
สงบเสร็จแล้วก็ฟุ้งซ่านต่อ
ยันกันไปยันกันมา ไม่แพ้ไม่ชนะกัน
ถ้าวันไหนกิเลสแรงมากๆ
ศีลก็สู้ไม่ไหว วันนี้แพ้กิเลสเลย
มันไม่สามารถขุดรากถอนโคนกิเลสได้

ตัวที่จะขุดรากถอนโคนกิเลสได้คือการเจริญปัญญา
การเจริญปัญญาคือการเรียนรู้ความจริงของรูปนามกายใจ