คติธรรมคำสอน…ท่านพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)

“ศีลสมาธิปัญญา”เป็นทางเดินสู่พระนิพพาน

อันนี้ท่านจึงว่า ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญา ก็ดี มันเป็นทางของพระอริยเจ้า จะดำเนินเข้าไปสู่พระนิพพาน มันเป็นอันเดียวกัน

ถ้าพูดให้สั้นเข้ามา ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี มันเป็นอันเดียวกัน ศีลก็คือสมาธิ สมาธิก็คือศีล สมาธิก็คือปัญญา ปัญญาก็คือสมาธิ ก็เหมือนมะม่วงใบเดียวกันนั่นแหละเมื่อมันเป็นดอกขึ้นมามันก็ดอกมะม่วง

ฟฟ

เมื่อเป็นลูกเล็กๆก็เรียกว่าผลมะม่วง เมื่อมันโตขึ้นมามันก็เรียกว่า มะม่วงลูกโต มันโตขึ้นไปอีกก็เป็นมะม่วงห่าม เมื่อมันสุกก็คือมะม่วงสุก มันก็มะม่วงลูกเดียวกันนั่นแหละ มันเปลี่ยนๆๆๆไป มันจะโตมันก็โตจากเล็ก เมื่อมันเล็กมันก็เล็กไปหาโต จะว่ามะม่วงคนละใบก็ได้ จะว่าใบเดียวกันก็ถูก

ศีลก็ดี ปัญญาก็ดี มันก็เกี่ยวเนื่องกันอยู่อย่างนั้น ผลที่สุดแล้วก็ต้องเป็นมรรค เดินทางเข้าไปสู่กระแสของพระ-นิพพานมะม่วง ตั้งแต่เป็นดอกมาเป็นต้น มันก็ดำเนินไปถึงที่มันสุกก็พอแล้ว นี่ให้เราเห็นเช่นนี้ ถ้าเราเห็นเช่นนี้เราก็ไม่ว่ามัน เขาจะเรียกให้เป็นอะไรก็ช่างมัน เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว มันจะแก่ จะเป็นอะไรไปก็ตาม พิจารณาไปเถอะ

บางคนก็ไม่อยากจะแก่ แก่แล้วก็น้อยใจ งั้นก็อย่ากิน มะม่วงสุกสิ จะอยากให้มะม่วงสุกทำไมล่ะ เมื่อสุกไม่ทันเราก็เอามันไปบ่มไม่ใช่หรือ? ถึงเราจะแก่ก็ไม่ต้องบ่นน้อยใจ บางคนก็ร้องให้กลัวว่ามันจะแก่ตาย ยังงั้นมะม่วงสุกก็ไม่ต้องกินสิกินดอกมะม่วงดีกว่า นี้แหละถ้าเราคิดอย่างนี้มันก็เห็นธรรมะกระจ่างออกมา เราก็สบายมีแต่จะตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติไปเท่านั้น